Cake free day for everthing *

นี่เป็นรูปขนมเค้กของบ้านก้ามปูที่นำมาจากอินเตอร์เน็ตนะค๊ะ
เมนูขนมเค้กก็จะเปลี่ยนไปทุกวัน

นี่เป็นรูปขนมเค้กของบ้านก้ามปูที่นำมาจากอินเตอร์เน็ตนะค๊ะ

เมนูขนมเค้กก็จะเปลี่ยนไปทุกวัน

ร้านนี้มีบรรยากาศที่น่านั่งมากอีกร้านหนึ่ง .. เเละที่ไม่แพ้บรรยากาศคือ รสชาติของขนมเค้กนั่นเองค่ะ
ร้านพัฒนาวัตถุดิบในการทำเค้กอยู่เสมอ โดยจะหาวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่นสีของดอกไม้ กลิ่น รส
บางคนคิดว่าถ้าทำจากวัตถุดิบจากธรรมชาติมาทำจะเกิดรสชาติที่ไม่อร่อย .. อาจมีสี มีกลิ่นที่ไม่น่ารับประทาน
แต่สำหรับร้านนี้เเล้ว .. ขอบอกว่าต้องไปลองค่ะ
นอกจากจะนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาทำเเล้ว .. ยังพัฒนา เเละดัดแปลงเค้ก หน้าเค้ก ให้แปลกใหม่
มีความทันสมัยอยู่เสมอ

ร้านนี้มีบรรยากาศที่น่านั่งมากอีกร้านหนึ่ง .. เเละที่ไม่แพ้บรรยากาศคือ รสชาติของขนมเค้กนั่นเองค่ะ

ร้านพัฒนาวัตถุดิบในการทำเค้กอยู่เสมอ โดยจะหาวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่นสีของดอกไม้ กลิ่น รส

บางคนคิดว่าถ้าทำจากวัตถุดิบจากธรรมชาติมาทำจะเกิดรสชาติที่ไม่อร่อย .. อาจมีสี มีกลิ่นที่ไม่น่ารับประทาน

แต่สำหรับร้านนี้เเล้ว .. ขอบอกว่าต้องไปลองค่ะ

นอกจากจะนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาทำเเล้ว .. ยังพัฒนา เเละดัดแปลงเค้ก หน้าเค้ก ให้แปลกใหม่

มีความทันสมัยอยู่เสมอ

วีดิโอนี้ นำมาให้ดูเพื่อ .. การที่พิธีกร หรือ คนที่ทำเค้กให้ดู ในบางครั้งก็ขาดความรอบครอบในบางเรื่องไปเหมือนกัน

ถ้าอธิบายบายไม่ละเอียด คนที่ชมอยู่จะนำไปทำตาม แล้วไม่ได้ผล

บุคคลคนนั้นอาจขาดความน่าเชื่อถือไปเลยก็ได้ .. ก่อนที่จะทำอะไร ครวตรวจสอบให้ดีก่อนนะค๊ะ

หรือถ้า บล็อคของ Cake free day for everthing ขาดตกบกพร่อง หรือมีข้อมูลได้ผิดพลาด

ก็สามารถเเนะนำ .. หรือติชมได้ เพื่อทางเราจะได้นำไปแก้ไขค่ะ  

One Minute Cake ทำได้ง่ายๆเเค่ 1 นาที

นำมาจากยูทูป .. เคยลองทำตามเเล้ว ว!!!

แต่หน้าตายังไม่เหมือนกันเท่าไหร่ ^ ^ 

ชีสเค้ก ก!!!
พร้อมวิธีการทำ …
อันนี้แบบฐานเป็นบราวนี่ มีบราวนี่ไบท์ในเนื้อชีส และชีสเค้กแบบเนียนนุ่มค่ะ ไอเดียนี้ได้มาจากหนังสือ Junior’s Cheesecake
ฐานบราวนี่ ตามนี้เลยค่ะ

ส่วนชอกโกเล็ต - ชอกโกเล็ตแบบ Dark 100g + เนย 100g + น้ำตาล 1 ถ้วยตวง (ลดนิดหน่อยพอไหว)+ วานิลลาครึ่ง ช้อนชา ละลายรวมกันไว้พอให้เข้ากัน (แบบว่าน้ำตาลไม่ต้องละลายหมด)

ส่วนแป้ง- แป้งอเนกประสงค์ 3/4 ถ้วย + ผงฟู 1/4 ช้อนชา

ส่วนไข่- ไข่ไก่สามฟอง

 วิธีทำ ตีไข่ไก่ให้ขึ้นฟูก่อนค่ะ ราวๆ 3-5 นาที (ถ้าแขนกล้ามพอ ก็ใช้ตะกร้อมือได้ค่ะ ตีให้เนียนเป็นครีมเลยแหละ) แล้วใส่ส่วนชอกโกเล็ตละลายลงไป ใช้ตะกร้อตีให้ เข้ากัน แล้วค่อยใส่แป้งค่ะ  ตะล่อมให้เข้ากันแล้วเทใส่พิมพ์ ที่ปูกระดาษไข ทาเนย เรียบร้อย จากนั้นอบ 180 C (อย่างลืม Preheat เตาอบก่อนนะ ซัก 15 นาที) อบ ราวๆ 10 -15 นาทีค่ะ เอาพอจิ้มไม่ติดอะ

Mark* แยกพิมพ์สองพิมพ์นะ อันนึงเป็นแบบ remove base ได้ ใช้เป็นถานชีสเค้ก อีกอันเป็นพิมพ์ไรก็ได้ค่ะ ไว้ทำ brownie bite พิมพ์ชีสเค้กเช้าใช้แบบปอนเดียวอะ

 จากนั้นทิ้งพิมพ์ที่จะใช้ทำเป็นฐานเค้กให้เย็น ส่วนอีกอันก็ก็หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเลยค่า แล้วก็เรียงใส่พิมพ์แบบ ให้มีช่องไฟราวๆ หนึ่งเซ็น ทั่วฐานอะ เหลือก็เอาไว้กินเล่นได้

 ส่วนชีสเค้ก

ครีมชีส ก้อนครึ่ง (หรือราวๆ 120 g)

 น้ำตาล 1/2 + 1/6 ถ้วย

แป้งเค้ก 1+1/2 ช้อนโต๊ะ

วานิลลา 1 ชอ้นชา

ไข่ 2 ฟอง

วิปครีม 1/3 ถ้วย

 (ชอกโกเล็ตดาร์ค ละลาย 25 g ไว้ทำมาเบิล + อัลม่อนสับหยาบไว้แต่งขอบค่า)

วิธีทำ

1. ตีครีมชีสให้เนียนก่อนค่ะ แล้วทะยอยใส่น้ำตาลลงไปตีจนหมด

2. ใส่แป้งลงไปตีด้วยเลยค่ะพอเข้ากันแล้ว ใส่ไข่ทีละฟอง ตีให้เข้ากัน ใส่วานิลลา

3. พอทุกอย่างเนียนเข้ากันดี ก็ใส่ครีมสด แล้วตีพอให้เข้ากันแล้วหยุดตี ไม่งั้นครีมจะแตกตัว ไม่อร่อยนะ

4. เทส่วนผสมลงในถาดที่มีฐานบราวนี่รองไว้เลยค่ะ เก็บส่วนผสมสีขาวไว้ซัก 1/4 ถ้วยตวง

5. เอาส่วนผสมสีขาวมาผสมกะชอกโฏเล็ตละลาย แล้วหยอดลงเป็นจุดๆลงบนเค้ก แล้วใช้มีดคว้าน หรือไม้จิ้มลูกชิ้น ลากวนไปวนมาเป็นเลขแปดเล็กๆ ทั่วๆอะค่ะ จะได้ลายอย่างที่เห็น
6. อบแบบรองน้ำ คือเอา foil ห่อพิมพ์ก่อน แล้วใช้น้ำใส่ไปหล่อขณะอบด้วยเพื่อให้เค้กไม่แห้งจนเกินไป

7. อบ 180 C นาน 1 ชั่วโมง 15 นาทีค่ะ หรือรอจนขอบเซ็ทตัวดี และตรงกลางเซ็ทเล็กน้อย แบบว่าไม่เหลวแล้ว แต่ยังแอบหยุ่น เดี๋ยวเย็นแล้วจะแข็งขึ้น ขอบๆเค้กจะเป็นสีทอง ตรงหน้าจะยังขาวนวลเนียน มีหลุมสิว(เป็นชอกโกเล็ต ตามลายที่ลากไว้ มีฟองปุปะหนอ่ยไม่เป็นไร เดี๋ยวจะยุบเวลาเย็นเองจ้า

8. อบเสร็จแล้วตั้งทิ้งไว้นอกตู้เย็น 2 ชั่วโมง และแช่ตู้เย็นต่ออีกอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

9. ถ้าต้องการแต่งขอบอัลม่อน ให้ทาส่วนที่ต้องการให้อัลม่อนติด้ดวยครีม แล้วโรยอัลม่อนลงไปค่ะ มันจะติด กดๆนิดหน่อยพอเป็นกระใส อิอิ

10. ตัดเลย วิธีตัดชีสเค้กให้สวยคือ ใช้มีดคมที่ล้างน้ำร้อน ตัดแล้วมันจะไม่เป็นขุยๆเยอะค่ะ

ชีสเค้ก ก!!!

พร้อมวิธีการทำ …

อันนี้แบบฐานเป็นบราวนี่ มีบราวนี่ไบท์ในเนื้อชีส และชีสเค้กแบบเนียนนุ่มค่ะ ไอเดียนี้ได้มาจากหนังสือ Junior’s Cheesecake

ฐานบราวนี่ ตามนี้เลยค่ะ

ส่วนชอกโกเล็ต - ชอกโกเล็ตแบบ Dark 100g + เนย 100g + น้ำตาล 1 ถ้วยตวง (ลดนิดหน่อยพอไหว)+ วานิลลาครึ่ง ช้อนชา ละลายรวมกันไว้พอให้เข้ากัน (แบบว่าน้ำตาลไม่ต้องละลายหมด)

ส่วนแป้ง- แป้งอเนกประสงค์ 3/4 ถ้วย + ผงฟู 1/4 ช้อนชา

ส่วนไข่- ไข่ไก่สามฟอง

 วิธีทำ ตีไข่ไก่ให้ขึ้นฟูก่อนค่ะ ราวๆ 3-5 นาที (ถ้าแขนกล้ามพอ ก็ใช้ตะกร้อมือได้ค่ะ ตีให้เนียนเป็นครีมเลยแหละ) แล้วใส่ส่วนชอกโกเล็ตละลายลงไป ใช้ตะกร้อตีให้ เข้ากัน แล้วค่อยใส่แป้งค่ะ  ตะล่อมให้เข้ากันแล้วเทใส่พิมพ์ ที่ปูกระดาษไข ทาเนย เรียบร้อย จากนั้นอบ 180 C (อย่างลืม Preheat เตาอบก่อนนะ ซัก 15 นาที) อบ ราวๆ 10 -15 นาทีค่ะ เอาพอจิ้มไม่ติดอะ

Mark* แยกพิมพ์สองพิมพ์นะ อันนึงเป็นแบบ remove base ได้ ใช้เป็นถานชีสเค้ก อีกอันเป็นพิมพ์ไรก็ได้ค่ะ ไว้ทำ brownie bite พิมพ์ชีสเค้กเช้าใช้แบบปอนเดียวอะ

 จากนั้นทิ้งพิมพ์ที่จะใช้ทำเป็นฐานเค้กให้เย็น ส่วนอีกอันก็ก็หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเลยค่า แล้วก็เรียงใส่พิมพ์แบบ ให้มีช่องไฟราวๆ หนึ่งเซ็น ทั่วฐานอะ เหลือก็เอาไว้กินเล่นได้

 ส่วนชีสเค้ก

ครีมชีส ก้อนครึ่ง (หรือราวๆ 120 g)

 น้ำตาล 1/2 + 1/6 ถ้วย

แป้งเค้ก 1+1/2 ช้อนโต๊ะ

วานิลลา 1 ชอ้นชา

ไข่ 2 ฟอง

วิปครีม 1/3 ถ้วย

 (ชอกโกเล็ตดาร์ค ละลาย 25 g ไว้ทำมาเบิล + อัลม่อนสับหยาบไว้แต่งขอบค่า)

วิธีทำ

1. ตีครีมชีสให้เนียนก่อนค่ะ แล้วทะยอยใส่น้ำตาลลงไปตีจนหมด

2. ใส่แป้งลงไปตีด้วยเลยค่ะพอเข้ากันแล้ว ใส่ไข่ทีละฟอง ตีให้เข้ากัน ใส่วานิลลา

3. พอทุกอย่างเนียนเข้ากันดี ก็ใส่ครีมสด แล้วตีพอให้เข้ากันแล้วหยุดตี ไม่งั้นครีมจะแตกตัว ไม่อร่อยนะ

4. เทส่วนผสมลงในถาดที่มีฐานบราวนี่รองไว้เลยค่ะ เก็บส่วนผสมสีขาวไว้ซัก 1/4 ถ้วยตวง

5. เอาส่วนผสมสีขาวมาผสมกะชอกโฏเล็ตละลาย แล้วหยอดลงเป็นจุดๆลงบนเค้ก แล้วใช้มีดคว้าน หรือไม้จิ้มลูกชิ้น ลากวนไปวนมาเป็นเลขแปดเล็กๆ ทั่วๆอะค่ะ จะได้ลายอย่างที่เห็น

6. อบแบบรองน้ำ คือเอา foil ห่อพิมพ์ก่อน แล้วใช้น้ำใส่ไปหล่อขณะอบด้วยเพื่อให้เค้กไม่แห้งจนเกินไป

7. อบ 180 C นาน 1 ชั่วโมง 15 นาทีค่ะ หรือรอจนขอบเซ็ทตัวดี และตรงกลางเซ็ทเล็กน้อย แบบว่าไม่เหลวแล้ว แต่ยังแอบหยุ่น เดี๋ยวเย็นแล้วจะแข็งขึ้น ขอบๆเค้กจะเป็นสีทอง ตรงหน้าจะยังขาวนวลเนียน มีหลุมสิว(เป็นชอกโกเล็ต ตามลายที่ลากไว้ มีฟองปุปะหนอ่ยไม่เป็นไร เดี๋ยวจะยุบเวลาเย็นเองจ้า

8. อบเสร็จแล้วตั้งทิ้งไว้นอกตู้เย็น 2 ชั่วโมง และแช่ตู้เย็นต่ออีกอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

9. ถ้าต้องการแต่งขอบอัลม่อน ให้ทาส่วนที่ต้องการให้อัลม่อนติด้ดวยครีม แล้วโรยอัลม่อนลงไปค่ะ มันจะติด กดๆนิดหน่อยพอเป็นกระใส อิอิ

10. ตัดเลย วิธีตัดชีสเค้กให้สวยคือ ใช้มีดคมที่ล้างน้ำร้อน ตัดแล้วมันจะไม่เป็นขุยๆเยอะค่ะ

“ค้นหาในสิ่งที่ตนชอบให้เจอ .. เเละ .. พยายามกับมันให้ถึงที่สุด!”
— Tey Autcharaporn*
เทคนิคการทำแป้งให้ขึ้นฟู

สิ่งที่ช่วยทำให้แป้งขึ้นฟูมี 3 วิธี 

  1. การขึ้นฟูด้วยอากาศ
  2. การขึ้นฟูด้วยน้ำ
  3. การขึ้นฟูด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

สิ่งที่ขึ้นฟูด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คือ

  1. ยีสต์
  2. สารเคมีที่ทำให้แป้งขึ้นฟู

สารเคมีที่ทำให้แป้งขึ้นฟูคือ

  1. เบกกิ้งโซดา
  2. ผงฟู
  3. แอมโมเนีย

ถ้าอยากรู้ว่าได้ผลหรือไม่ .. ลองนำวิธีนี้ไปใช้ดูนะค๊ะ

ได้ผลหรือไม่อย่างไร ก็มาติชมกันได้นะ ^ ^ 

สปันจ์เค้ก !!!วันนี้จะนำเคล็ดลับวิธีการทำ “สปันจ์เค้ก” มาบอกกันค่ะส่วนประกอบหลักๆของสปันจ์เค้ก คือ .. ไข่ , น้ำตาล , แป้ง ,  [การทำขึ้นฟูด้วยไข่ จะทำได้โดยการตีไข่เเรงๆ เร็วๆ เพราะจะทำให้เก็บอากาศไว้ได้]  
ขั้นตอนการทำสปันจ์เค้กคือ 
นำไข่กับน้ำตาล มารวมกัน ตีจนให้ฟองหนา
เติมแป้งสลับกับน้ำ ให้เข้ากัน
ใส่เเม่พิมพ์
เเล้วขั้นตอนสุดท้ายก็นำเข้าเตาอบได้เลยค่ะ

สปันจ์เค้ก !!!

วันนี้จะนำเคล็ดลับวิธีการทำ “สปันจ์เค้ก” มาบอกกันค่ะ

ส่วนประกอบหลักๆของสปันจ์เค้ก คือ .. ไข่ , น้ำตาล , แป้ง ,  [การทำขึ้นฟูด้วยไข่ จะทำได้โดยการตีไข่

เเรงๆ เร็วๆ เพราะจะทำให้เก็บอากาศไว้ได้]  

ขั้นตอนการทำสปันจ์เค้กคือ 

  1. นำไข่กับน้ำตาล มารวมกัน ตีจนให้ฟองหนา
  2. เติมแป้งสลับกับน้ำ ให้เข้ากัน
  3. ใส่เเม่พิมพ์
  4. เเล้วขั้นตอนสุดท้ายก็นำเข้าเตาอบได้เลยค่ะ


วีดิโอนี้ เป็นวีดิโอที่บอกวิธีการทำขนมเค้กหน้านิ่ม 

พอถึงขั้นตอนสุดท้ายเเล้ว..เราสามารถเเต่งหน้าเค้กโดยนำครีมมาทา และตกเเต่งตามสไตล์

ตามใจชอบได้เลยค่ะ